ตัวจริงมาแล้ว! ย้อนรอยเบอร์ 7 ผีในวันที่ไร้โรนัลโด้

ย้อนรอยเบอร์ 7 ผีในวันที่ไร้โรนัลโด้

การรีเทิร์นกลับมาค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้งของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลายเป็นหนึ่งในดีลที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุดในซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะสาวก “เรด อาร์มี่” ที่ดูตื่นเต้นและหมายมั่นปั้นมือว่านี่คือจิ๊กซอว์สำคัญของการทวงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีก เรื่องราวของ โด้ กับ “ผีแดง” เอาแค่ภาคแรกเจ้าตัวก็ขึ้นเป็นตำนานของสโมสรได้แบบสบายๆ แต่ก็น่าสนใจไม่น้อยว่าในวัย 36 ปี ดาวเตะกัปตันทีมชาติโปรตุเกส จะสามารถเขียนเรื่องราวเพิ่มเติมได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะการได้กลับมาสวมเสื้อหมายเลข 7 ที่เป็นที่มาของฉายา “ซีอาร์7” เรื่องอนาคตยังไม่มีใครรู้ได้ แต่พูดได้เต็มปากว่าตั้งแต่ โรนัลโด้ ย้ายออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด เบอร์ 7 ที่เป็นหมายเลขดังของทีมกลับดูมัวหมอง ทายาทอสูรรุ่นต่อมากลับทำผลงานไม่เอาอ่าว งานนี้เราไปรื้อฟื้นความหลังกันสักนิดว่ามีใครกันบ้างที่มาสวมเสื้อเบอร์นี้ และมีผลงานเป็นอย่างไร

ไมเคิ่ล โอเว่น ช่วงเวลาการค้าแข้ง : 2009-2012

ตัวจริงมาแล้ว! ย้อนรอยเบอร์ 7 ผีในวันที่ไร้โรนัลโด้

เจ้าของฉายาตำนานดาวยิงของ สโต๊ค ซิตี้ ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงบั้นปลายของอาชีพการค้าแข้ง และได้กลายเป็นผู้สืบทอดหมายเลข 7 ต่อจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ท่ามกลางเสียงด่าทอจากแฟนบอล ลิเวอร์พูล โอเว่น อยู่ค้าแข้งกับ “ผีแดง” 3 ปี และไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นมากนัก และเป็นตัวเลือกรองจาก เวย์น รูนี่ย์ และ ดิมิท่าร์ เบอร์บาตอฟ โดยได้ลงเล่นไปทั้งสิ้น 52 นัดนับรวมทุกรายการ ซัดไป 17 ประตูอย่างไรก็ตามประตูชัยในนาที 96 ที่ช่วยทีมเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ 4-3 ในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อปี 2009 กลายเป็นประตูแห่งความทรงจำ เป็นลูกยิงที่มีความหมายที่สุดของเขาในการค้าแข้งกับทีม แมนฯ ยูไนเต็ด

อันโตนิโอ วาเลนเซีย ช่วงเวลาค้าแข้ง : 2009-2019

ตัวจริงมาแล้ว! ย้อนรอยเบอร์ 7 ผีในวันที่ไร้โรนัลโด้

ภายหลังที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรในฤดูกาล 2011-12 วาเลนเซีย ได้รับเกียรติให้ได้สวมเสื้อหมายเลข 7 ของทีม หลังจากที่ ไมเคิ่ล โอเว่น แยกทางกับสโมสรหลังจบฤดูกาลนั้น อย่างไรก็ตาม วาเลนเซีย เจอแรงกดดันของเบอร์ในตำนาน ฟอร์มที่เคยเล่นดีก็ดร็อปลงไปดื้อๆ ยิงได้เพียงลูกเดียวจากการลงเล่น 30 นัด สุดท้ายเจ้าตัวต้องขอเปลี่ยนกลับไปใส่เบอร์ 25 ในปี 2013 “ผมเล่นได้ดีเมื่อสวมเสื้อเบอร์นั้น ดังนั้นผมคิดว่า ทำไมผมจะไม่กลับไปใส่เบอร์ 25 ผมมีช่วงเวลาที่ดีและโชคชะตาที่ดีในเสื้อตัวนั้น” วาเลนเซีย กล่าวกับ เดลี่ มิร์เรอร์ ในปี 2013

อังเคล ดิ มาเรีย ช่วงเวลาค้าแข้ง : 2014-2015

ตัวจริงมาแล้ว! ย้อนรอยเบอร์ 7 ผีในวันที่ไร้โรนัลโด้

ปีกดาวดังที่โยกมาจาก เรอัล มาดริด มีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในช่วงสัปดาห์แรกๆ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะประตูจากลูกชิบที่น่าเหลือเชื่อในเกมกับ เลสเตอร์ แต่สุดท้ายผลงานกับดร็อปลงและไม่ได้เป็นตัวจริงในทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล ดิ มาเรีย ใช้เวลาเพียง 1 ปีที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก่อนย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง โดยมีค่าตัว 44.3 ล้านปอนด์ ในปี 2015 ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวเพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า “ผมไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเบอร์ 7 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” “ปัญหาของผมคือโค้ช ฟาน กัล คือคนที่แย่ที่สุดในอาชีพการค้าแข้งของผม ผมยิงได้ ผมแอสซิสต์ได้ แต่วันต่อมาเขาให้ผมดูถึงข้อผิดพลาดของตัวเอง เขาเปลี่ยนตำแหน่งผมไปเรื่อย เขาไม่ชอบให้ผู้เล่นรู้มากกว่าเขา”

เมมฟิส เดปาย ช่วงเวลาค้าแข้ง : 2015-2017

ตัวจริงมาแล้ว! ย้อนรอยเบอร์ 7 ผีในวันที่ไร้โรนัลโด้

เดปาย กลายเป็นเรื่องใหญ่ต่อจาก ดิ มาเรีย หลังตกลงย้ายมาจาก พีเอสวี มาอยู่กับ ยูไนเต็ด ในปี 2015 และมีรายงานว่าเจ้าตัวเรียกร้องต้องการที่จะสวมเสื้อเบอร์ 7 ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ปีกจากแดนกังหันลม ไม่ได้ทำผลงานให้สมกับเสื้อเบอร์ 7 ด้านหลัง ล้มเหลวในการยึดตัวจริงของ “ผีแดง” ทั้งในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล และ โชเซ่ มูรินโญ่ โดยยิงได้เพียง 2 ประตูในพรีเมียร์ลีก ก่อนย้ายไปอยู่กับ ลียง ในปี 2017 อย่างไรก็ตามการย้ายมาอยู่ทีมใหญ่ระดับโลกเร็วเกินไปอาจจะเป็นเหตุผลของความล้มเหลวครั้งนั้น เพราะตอนนี้ เดปาย กำลังทำผลงานได้ดีกับทั้งทีมชาติฮอลแลนด์ และการเป็นตัวแทนของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ บาร์เซโลน่า

อเล็กซิส ซานเชซ ช่วงเวลาค้าแข้ง : 2018-2020

ตัวจริงมาแล้ว! ย้อนรอยเบอร์ 7 ผีในวันที่ไร้โรนัลโด้

ภาพจำของสตาร์หัวหอกทีมชาติชิลี ในสายตาของแฟนบอล “เรด อาร์มี่” คือคลิปวีดีโอเป็นโชว์การเล่นเปียโนของเขากับบทเพลง “กลอรี่ กลอรี่ แมน ยูไนเต็ด” ที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่สุดท้ายถูกแฟนบอลทีมอื่นล้อเลียนเอาไปทำมีมมากมาย ผลงานในสนามกลับเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกับความคาดหวัง อเล็กซิส ไม่ได้เทพเหมือนตอนที่เล่นอยู่กับ อาร์เซนอล พูดกันแบบบ้านๆ คือเล่นไม่ได้เลยในทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทั้งๆ ที่รับค่าเหนื่อยแสนแพง 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ผลงานยิงไป 5 ประตูจาก 45 นัด สุดท้าย “ผีแดง” ยอมทุกอย่างเพื่อจะให้เจ้าตัวออกจากทีม ส่งไปให้ อินเตอร์ พร้อมแพ็คเกจช่วยจ่ายค่าเหนื่อย และสุดท้ายขายขาดถาวรแบบขาดทุน

เอดินสัน คาวานี่ ช่วงเวลาค้าแข้ง : 2020-ปัจจุบัน

ตัวจริงมาแล้ว! ย้อนรอยเบอร์ 7 ผีในวันที่ไร้โรนัลโด้

ถ้าตัดสินกันแบบยุติธรรมต้องบอกว่า คาวานี่ ไม่ได้ทำให้เบอร์ 7 ของ “ผีแดง” ต้องมัวหมองแต่อย่างใด ในวัย 33 ปีที่เลยจุดพีคของตัวเองไปแล้ว รวมถึงการย้ายมาแบบไร้ค่าตัว ด้วยสัญญาระยะสั้น 1 ปี มันชัดเจนว่าสโมสรไม่ได้คาดหวังจากเขามากนัก ดูจากโอกาสลงสนามก็ยิ่งชัดเจน คาวานี่ ลงเล่น 26 นัดในพรีเมียร์ลีก แต่ได้เป็นตัวจริงเพียงแค่ 13 นัด แต่ผลงาน 10 ประตูต้องบอกว่ายอดเยี่ยมมากๆ และมีส่วนสำคัญมากที่พาทีมจบฤดูกาลด้วยการเป็นรองแชมป์ คาวานี่ ตัดสินใจยกเสื้อเบอร์ 7 ให้กับ โรนัลโด้และตัวเขาย้ายไปสวมเบอร์ 21 แทน งานนี้เล่นเอา CR7 ปลื้มปริ่มอย่างมากจนต้องกล่าวขอบคุณว่า “ผมไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสสวมเสื้อเบอร์ 7 อีกหรือไม่ ดังนั้นต้องขอบคุณ เอดี้ อย่างมากสำหรับท่าทีที่น่าเหลือเชื่อนี้”

คอนเทนต์เพิ่มเติม :: ข่าวบอล