จาก ซิลวา ถึง สเตอร์ลิ่ง ไม่เจ๋งจริงอยู่เรือไม่ได้

จาก ซิลวา ถึง สเตอร์ลิ่ง ไม่เจ๋งจริงอยู่เรือไม่ได้

จาก ซิลวา ถึง สเตอร์ลิ่ง ไม่เจ๋งจริงอยู่เรือไม่ได้

     เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปรัชญาในการทำทีมของเขาคือ “วิธีการแห่งการเป็นสุดยอดสโมสรฟุตบอล หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญคือต้องไม่หยุดที่พัฒนาตัวเอง” จากที่เราได้เห็นมาตลอดในเส้นทางการคุมทีมของเขา แม้จะพา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทวงแชมป์พรีเมียร์ลีก กลับมาได้สำเร็จ แต่ “เรือใบสีฟ้า” ภายใต้การคุมทีมของนายใหญ่ชาวสแปนิช ยังคงหิวกระหายเหมือนเดิม ความตั้งใจยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อพวกเขาผิดหวังกับ ยูฟา แชมเปียนส์ลีก และการออกล่า 2 สตาร์ทีมชาติอังกฤษ อย่าง แจ็ค กรีลิช และ แฮร์รี่ เคน กลายเป็นเหมือนโปรเจ็กต์ฟอร์มยักของเจมส์ แคเมรอน ที่ต้องทุ่มทุนสร้างมหาศาลระดับ 100 ล้านปอนด์ แต่สุดท้ายกลับคว้าได้เพียงกับตันทีมกัปตันทีมจาก แอสตันวิลล่า รายเดียวก็ตาม

จาก ซิลวา ถึง สเตอร์ลิ่ง ไม่เจ๋งจริงอยู่เรือไม่ได้

     เจ้าของทีมชาวอาหรับ ด้วยระดับความรวยนั้น จริงๆแล้ว ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงินเลยแต่อย่างใด ที่จะทุ่มเงิน ระดับ 200 – 300 ล้านปอนด์ ในการคว้าผู้เล่นต่อซัมเมอร์ แต่ด้วยกฎ “ไฟแนนเชียว แฟร์ เพลย์” ทำให้พวกเขาไม่สามารถใช้เงินแก้ปัญหาได้ทั้งหมด คล้ายกันกับที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยกล่าวไว้ว่า “พวกเขาต้องขายผู้เล่นตัวเล็ก ตัวน้อย ระดมทุนถึง 60 ล้านปอนด์ เพื่อให้บัญชีสโมสรมีความสมดุล” ถึงจะสามารถคว้า กรีลิช มาร่วมทีมด้วยค่าตัวสถิติสูงสุดของเกาะอังกฤษ

     ดังนั้นการพลาดคว้าตัว แฮร์รี่ เคน เอาจริงๆ ถือว่ามีผลกระทบต่อหลายปัจจัยไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มนักเตะเดิมที่ควรจะได้รับผลกระต้องย้ายออกเพิ่มเติม โดย แบร์นาร์โด้ ซิลว่า กลายเป็นคนที่มีข่าวหนักมากในก่อนหน้านี้

จาก ซิลวา ถึง สเตอร์ลิ่ง : ไม่เจ๋งจริงอยู่เรือไม่ได้

     ทว่าข่าวบางข่าวก็ไม่ใช่ข่าวลือ เพราะตัว กวาร์ดิโอล่า ได้กล่าวไว้เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมไว้ว่า “แบร์นาร์โด้ อยากย้ายทีม มีนักเตะอีก 2-3 คนที่อยากย้ายเช่นกัน เมื่อมีข้อเสมอถึงพวกเขา และพวกเขาอยากย้ายทีม เราก็พร้อมจะเจรจา” แต่ยังไงก็ตามจากการที่ทีมไม่ได้กองหน้ารายตัวเป้าคนใหม่ ก็ทำให้ฝ่ายบัญชีไม่ต้องปรับสมดุลทางบัญชี ในเมื่อไม่มีข้อเสนอที่น่าพอใจ พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะเก็บกองกลางวัย 27 ปีไว้ในทีมต่อไป

     คำว่า “ถูกต้อง และ เหมาะสม” ได้ถูกนำมาใช้ในการตัดสินใจครั้งนี้ของสโมสร ยิ่งเรื่องฟอร์มการเล่นนั้นไม่ต้องเป็นกังวง เนื่องจากฟอร์มในช่วงฤดูกาลปี 2018 – 2019 เป็นปีที่ฟอร์มดีมากคว้า ทริปเปิ้ลแชมป์ ในประเทศมาอย่างยิ่งใหญ่ ถึงแม่ในฤดูกาลก่อนหน้าทางด้านผลงานที่ออกมาจะฟอร์มตกไปบ้าง กลายเป็นตัวเลือกรองจาก ริยาด มาห์เรซ และ ฟิล โฟเด้น แต่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ก็ไม่เคยที่จะลดความเป็น “มืออาชีพ” ของตัวเองเลย รักษาฟอร์มและฟิตอยู่เสมอ พร้อมสร้างผลงานทุกครั้งที่ลงสนาม

จาก ซิลวา ถึง สเตอร์ลิ่ง : ไม่เจ๋งจริงอยู่เรือไม่ได้

     “เรือใบสีฟ้า” ในฤดูกาลนี้ เริ่มต้นแบบล้มลุกคลุกคลานมาพอสมควร เนื่องจากนักเตะตัวหลักหลายคน พักเพิ่มจากการไปทำศึกทีมชาติมาหนัก อย่าง กองกลางตัวหลัก เควิน เดอ บรอยน์ ก็ต้องพักตั้งแต่นัดแรกที่แพ้ สเปอร์ส 0-1  ทำให้เขาถูกเรียกใช้งานอีกครั้ง โดยที่เจ้าตัวก็ทำผลงานได้เป็นอย่างดีทำไปแล้วถึง 2 ประตู และหลังจบเกมที่ชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ออกมากล่าวชมว่า “เขาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด เคียงข้าว โรดี้ พวกเขาทั้งคู่เล่นได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อใน 4-5 นัดหลังสุด” “แบร์นาโด้ อยู่ในระดับเดียวกับในฤดูกาลที่สองกับเรา เมื่อเราทำได้ 98 แต้ม เขาหลุดไปจากโลกนี้ แบบที่เขาเล่น” “เขาให้สัมผัสที่พิเศษกับเราเสมอ จ่ายบอลสุดวิเศษที่เราต้องการ และเขาไม่เสียบอล เขาทำประตู ซึ่งมันสำคัญมากๆ สำหรับเขา ฟอร์มของ แบร์นาร์โด้ กลับมาพิเศษอีกครั้ง เราโชคดีอย่างเหลือเชื่อที่มีเขา” 

จาก ซิลวา ถึง สเตอร์ลิ่ง : ไม่เจ๋งจริงอยู่เรือไม่ได้

     ส่วนทางด้าน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นนักเตะอีกคนที่มีข่าวจะย้ายทีม ก็ดูเหมือนเรื่องราวของดาวเตะทีมชาติ อังกฤษ ทำไปในทิศทางตรงกันข้าม หลังเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่า “อาจจะย้ายทีมหลังจบฤดูกาลนี้” ดูไม่ค่อยเป็นแนวทางที่ดีเลยกับการที่ออกมาเล่นกับสื่อแบบนี้ และยังทำให้เห็นว่าความคิดของเขาไม่ได้เป็น “นักสู้” อยู่เลย ดูไม่พร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเอง ว่าดีพอที่จะกลับมา 11 ตัวจริงของทีม

     ตั้งแต่ย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาอยู่ในเอติฮัด สเตเดี้ยม ในปี 2015 ตอนอายุ 26 ปี ก็ได้เป็นตัวหลักของทีมมาโดยตลอด ยิ่งไปกว่านั้นฟอร์มการเล่นในฤดูกาล 2017-2020 ก็กอบโกยประตูในลีกมามากมายถึง 20 ประตู แต่ทว่า ผลงานโดยรวม ฟอร์มการเล่นก็ดร็อปลงไปพอสมควรจาก 20 ประตู เหลือ 10 ประตู ทำให้แฟนบอลได้เห็นถึงความมั่นใจที่มันลดหายไป จับบอลก็ลั่น ตัดสินใจก็ไม่เฉียบคม ทำเสียบ่อยในบางช่วง

     ภายใต้การคุมทีมสไตล์ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นับว่ามีความยุติธรรม พร้อมที่จะให้โอกาสกับทุกคนในทีม ถ้าคุณเจ๋ง มีความสามารถมากพอ ก็จะไม่มีทางที่จะได้ไปนั่งสำรองอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่เป็นดาวยิงสูงสุดตลอดการของสโมสร ก็ยังเคยโดนจับนั่งสำรองมาแล้วอยู่บ่อยครั้ง ในอนาคตของ เสตอร์ลิ่ง จะดำเนินไปในแนวทางไหนนั้นเป็นที่ต่อติดตามกันต่อมาก มีแบร์นาร์โด้ ซิลวาเป็นตัวอย่างที่ดีให้ดูอยู่ก็แล้ว ไม่แน่ใจว่าเขาจะมองเห็นตรงนี้หรือไม่ แต่ถ้ายังทำผลงานในสนามไม่ได้อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ คงมีฉากจบที่ไม่ดีเป็นแน่

คอนเทนต์เพิ่มเติม :: ข่าวบอล