fbpx

ฮาแลนด์ : แมนฯ ซิตี้ ใช่ที่สุดแล้ว

นับตั้งแต่ยิงคนเดียว 9 ประตูในเกมที่ นอร์เวย์ ถล่ม ฮอนดูรัส 12-0 ศึกฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี รอบสุดท้ายที่ประเทศโปแลนด์ เมื่อปี 2019 ชื่อของ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ก็กลายเป็นที่จับตามองของคนวงการลูกหนัง

 

ไม่ใช่แค่เรื่องผลงานในสนามที่เตะตา แต่การเป็นทายาทของ อัล์ฟ อิงเก้ ฮาแลนด์ อดีตกองกลางของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้ คนที่เคยมีคดีดังกับ รอย คีน ห้องเครื่องจอมดุของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ฮาแลนด์ จะกลายเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจะมีชื่อเสียงอย่างมากในอนาคต

 

เส้นทางของ ฮาแลนด์ เรียกว่าเติบโตขึ้นตามขั้นบันได การมีคุณพ่อที่เป็นอดีตนักเตะทำให้พัฒนาการของเขาเป็นไปอย่างมั่นคง ไม่มีคำว่าใจร้อน ทุกอย่างถูกเลือกจากความเหมาะสมด้านฟุตบอลเท่านั้น

 

ฮาแลนด์ เรียนรู้วิชาลูกหนังกับสโมสรในบ้านเกิด ทำได้ดีในระดับเยาวชนจนถูกดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่กับ ไบรน์ ตั้งแต่อายุ 16 ปี เคยได้รับข้อเสนอจาก ฮอฟเฟนไฮม์ แต่เจ้าตัวปฎิเสธ โดยเชื่อมั่นว่าการเล่นในลีกสูงสุดของนอร์เวย์ จะเป็นการพัฒนาฝีเท้ามากกว่าเล่นทีมสำรองในบุนเดสลีกา

 

การย้ายมาอยู่กับ โมลด์ ทำให้ ฮาแลนด์ ได้เรียนรู้วิชากับดาวยิงระดับตำนานของประเทศอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ซึ่งเจ้าตัวก็อัพเลเวลได้เป็นอย่างดี ทำสถิติยิง 4 ประตูภายใน 21 นาทีในเกมเจอ บรานน์ และคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีจากการทำ 16 ประตูจากการลงสนาม 30 นัด

 

หลังทำผลงานได้อย่างร้อนแรงในทิปเปลีเกียน ทำให้ ฮาแลนด์ กลายเป็นหนุ่มเนื้อหอม และเกือบได้ย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส ทีมยักษ์ใหญ่ในอิตาลี แต่ทุกอย่างก็ไม่เกิดขึ้นเพราะดาวยิงชาวนอร์วีเจี้ยน ไม่ต้องการเป็นแข้งดาวรุ่งที่ถูกปล่อยยืมไปเล่นในลีกที่ต่ำกว่า

 

“ผู้เล่นหนุ่มหวั่นเกรงกับการต้องออกจากสโมสรด้วยสัญญายืมตัว บางทีไอเดียปล่อยยืมอาจไม่เหมาะกับนักเตะแบบเขา” เฟเดริโก้ เชรูบินี่ ผู้อำนวยการสโมสรของ ยูเวนตุส เปิดใจเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

 

ในเมื่อทีมใหญ่การันตีโอกาสลงสนามให้เขาไม่ได้ ดังนั้นก้าวต่อไปของ ฮาแลนด์ จึงกลายเป็นทีมขนาดกลางที่ชื่อ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ดีกรีแชมป์ลีกออสเตรีย ที่สามารถเสนอโอกาสให้เขาเป็น 11 ตัวจริงในศึกใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

 

ยูซีแอล กลายเป็น “เดอะ สตาร์” หรือเวทีแจ้งเกิดเต็มตัวอย่างแท้จริง ฮาแลนด์ ทำสถิติมากมายในรายการนี้ไล่เรียงตั้งแต่

 

– ยิงแฮตทริกตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนามในเกมถล่ม เกงค์ 6-2

– เป็นนักเตะคนแรกที่ยิง 4 ประตูจากการยิงเข้ากรอบ 4 ครั้ง

– เป็นผู้เล่นคนที่ 6 ที่ยิงประตูในรายการนี้ได้ 5 นัดติดต่อกัน

– เป็นผู้เล่นอายุต่ำกว่า 20 ปีคนแรกที่ยิงได้ทุกนัดใน 5 เกมแรกของตัวเองในรายการนี้

 

ผลงาน 28 ประตูจากการลงสนาม 22 นัดในฤดูกาล 2019-20 ได้กลายเป็นบันไดให้ ฮาแลนด์ ได้ขยับเส้นทางลูกหนังอีกครั้ง หนนี้แม้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มี โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อดีตเจ้านายเก่านั่งคุมบังเหียน จะไล่จีบอย่างจริงจัง

 

แต่สุดท้าย ฮาแลนด์ เลือกซบตัก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยเหตุผลที่ว่า “เสือเหลือง” เป็นสโมสรที่ให้โอกาสดาวรุ่ง ที่พร้อมจะให้ประสบการณ์และแรงกดดันที่เหมาะสมกับการพัฒนาฝีเท้าของเขามากกว่า

 

คนมันเก่ง อยู่ที่ไหนก็ฉายแสงได้เสมอ แม้ตลอด 3 ฤดูกาล ฮาแลนด์ จะเสกแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ให้กับ ดอร์ทมุนด์ ได้เพียงโทรฟี่เดียว แต่ในแง่ของผลงานส่วนตัวต้องบอกว่า “สุดติ่งกระดิ่งแมว”

 

มีดีกรีเป็นนักเตะยอดเยี่ยมบุนเดสลีกา และดาวซัลโว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2020-21 รวมๆ แล้วยิงไปทั้งสิ้น 86 ประตูจากการลงสนาม 89 นัดนับรวมทุกรายการให้กับทีม “เสือเหลือง” 

 

จากตัวเลขที่น่าทึ่ง แน่นอนว่ามันไป “เตะจมูก” ทีมใหญ่ให้ลมหวนกลับมาไล่ล่าเขาอีกครั้ง บวกเงื่อนไขค่าฉีกสัญญา 64 ล้านปอนด์ ทำให้ซัมเมอร์นี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ชีพจรจะลงเท้า ฮาแลนด์ อีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตามยังไม่ทันจบฤดูกาลดี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็กลายเป็นผู้ชนะของสงครามนอกสนาม ทั้งๆ ที่มีทีมใหญ่หลายทีมแสดงความจำนงว่าอยากได้ ฮาแลนด์ เช่นกัน แต่ด้วยเงื่อนไขบางประการทำให้ทีมเหล่านี้ดูไม่ค่อยพร้อมที่จะเป็นตัวเลือกมากนัก ไล่เรียงดังนี้

 

เรอัล มาดริด : ดูจากประวัติการเลือกทีมของ ฮาแลนด์ ที่มักพิจารณาจากทีมที่ให้โอกาสเขาลงสนามอย่างเต็มที่ แต่ “ราชันชุดขาว” ก็มี คาริม เบนเซม่า ว่าที่เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ ขวางทางอยู่ แถมทีมแชมป์ ลา ลีกา ก็ดูมีใจให้ คีลิยัน เอ็มบับเป้ มากกว่าในเวลานั้น

 

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง : เรื่องเงินไม่ได้เป็นปัญหาเลยสำหรับทีมที่มีนายทุนเป็นเศรษฐีอาหรับ แต่โจทย์หลักคือต้องเอาเงินก้อนโตรั้งตัว คีลิยัน เอ็มบัปเป้ บวกกับมี 2 สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ เนย์มาร์ อยู่เป็นทุนเดิม ทำให้การไล่ล่า ฮาแลนด์ อาจไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม

 

ลิเวอร์พูล : การที่ “หงส์แดง” กล้าทุ่มเงิน 100 ล้านยูโรซื้อ ดาร์วิน นูเญซ แน่นอนว่าค่าฉีกสัญญา 64 ล้านปอนด์สำหรับ ฮาแลนด์ ไม่ใช่ปัญหา แต่เงื่อนไขอื่นๆ ทั้งค่าเหนื่อย 375,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ค่านายหน้า ที่อาจทำให้ดีลนี้มีมูลค่าสูงถึง 213 ล้านปอนด์ มันมากเกินไปสำหรับทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ต้องใช้งบอีกไม่น้อยกับการต่อต่อสัญญา 2 สตาร์ดังอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่

 

แมนฯ ยูไนเต็ด : การไม่ได้ไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก็เป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้โอกาสริบหรี่ ที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงหัวเรือใหญ่มาเป็น เอริค เทน ฮาก ในช่วงปลายซีซั่น ก็ทำให้แผนการทำทีมไม่มีความแน่นอน ใครจะอยู่ ใครจะไป ใครจะมา ก็ต้องถามความเห็นชอบจากโค้ชใหม่ด้วย

 

บาร์เซโลน่า : แม้จะเป็นอีกสโมสรที่มีข่าวกับ ฮาแลนด์ มาโดยตลอด แต่ด้วยภาวะหนี้สินของสโมสรที่ยังพะรุงพะรัง ไม่มีทางเลยที่ บาร์ซ่า ในนาทีนี้จะไปทุ่มเงินแย่งสตาร์ดังกับทีมอื่นๆ เอาแค่ดีล โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่มีข่าวกันตอนนี้ ฆาเบียร์ เตบาส ประธานลา ลีกา สเปน ยังไม่เชื่อว่าจะเซ็นสัญญากันได้

 

ดังนั้น แมนฯ ซิตี้ จึงกลายเป็นทีมที่ลงล็อกที่สุด สถานะการเงินที่สมบูรณ์พร้อม สถาพแวดล้อมที่มีนักเตะเก่งๆ เต็มทีม มีสุดยอดโค้ชแห่งยุคอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แถม “เรือใบสีฟ้า” กำลังต้องการกองหน้าอาชีพพอดิบพอดี

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน

ที่สำคัญเลยคือ ฮาแลนด์ มีความผูกพันธ์กับสโมสรอยู่แล้ว แม้จะเกิดในเมืองลีดส์ แต่พอจำความได้ อัลฟ์ อิงเก้ ฮาแลนด์ คุณพ่อของเขาก็ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ การได้สานต่อสโมสรที่พ่อตัวเองเคยค้าแข้ง ได้เล่นให้กับทีมที่ตัวเองเชียร์ มันก็ง่ายต่อการตัดสินใจ

 

“ผมเกิดที่ อังกฤษ ดังนั้นผมเป็นแฟน แมน ซิตี้ มาทั้งชีวิต ผมรู้เกี่ยวกับสโมสรนี้หลายสิ่ง ผมรู้สึกที่นี่เปรียบเสมือนบ้าน ผมเคยได้ชมเกม ซิตี้ อยู่หลายครั้ง”

 

“ที่นี่มีนักเตะระดับโลกมากมาย และ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ก็เป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ดังนั้นผมเชื่อว่าผมตัดสินใจถูกแล้วที่ตัดสินใจมายังสโมสรแห่งนี้”

 

“ผมต้องการทำประตู ผมต้องการถ้วยรางวัล และพัฒนาตัวเองขึ้นไปในฐานะนักฟุตบอล และผมมั่นใจว่าผมจะทำสิ่งนี้ได้ที่นี่ มันคือการเดินทางครั้งใหม่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับผม”

 

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นชีวิตลูกหนังของ ฮาแลนด์ มักเลือกในสิ่งที่เหมาะสมตามวัยและเวลา ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น ซัลซ์บวร์ก หรือ ดอร์ทมุนด์ ก็ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าการตัดสินใจของเขา “ถูกต้อง” มาตลอด

 

กับสโมสรระดับ แมนฯ ซิตี้ ดีกรีทีมเก่าของพ่อตัวเอง ที่มีทรัพยากรพร้อมสรรพ เพื่อนร่วมทีมชั้นดี กุนซือชั้้นเยี่ยม ที่จะสนับสนุนเขาได้อย่างเต็มที่ มันมีแนวโน้มสูงมากๆ ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีอีกครั้ง

 

เอาง่ายๆ สมมติให้เลือกใหม่อีกสักรอบ เชื่อเหลือเกินว่าคำตอบของ ฮาแลนด์ ก็คงจะจบที่ “เรือใบสีฟ้า” เหมือนเดิม