fbpx

“ซูซูกิ คัพ” เป็นเหตุ! “บิ๊กแชมป์” เผย เตรียมขยับโปรแกรมเปิดไทยลีกเลก 2

รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด เผย “ไทยลีก” เตรียมขยับวันเปิดลีกเลกที่ 2 หลัง สิงค์โปร์ ได้รับเลือกจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2020 จนส่งผลกระทบถึงนักเตะทีมชาติไทย อาจติดปัญหากระบวนการกักตัว หลังกลับถึงประเทศไทย  

จากกรณีที่ สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ได้มีมติเลือกให้ประเทศสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” ระหว่างวันที่ 5 ธ.ค.64-วันที่ 1 ม.ค.65 ซึ่งทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย มีโปรแกรมที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายคว้าแชมป์เพื่อกลับขึ้นบัลลังค์ “เจ้าอาเซียน” ให้ได้อีกครั้ง ทำให้มีรายงานว่า โปรแกรมดังกล่าวอาจส่งผลกระทบกับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 หรือ “รีโว่ ไทยลีก 2021/22 แม้ว่าจะมีการวางโปรแกรมเปิดเลกแรกช่วงเดือน ธ.ค. และเปิดเลก 2 วันที่ 8 ม.ค.ปีหน้าก็ตาม เนื่องจาก นักเตะทีมชาติไทย อาจติดปัญหากระบวนการกักตัว หลังจากเสร็จการแข่งขัน กลับมาไทยแล้ว

ล่าสุด “บิ๊กแชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า “ไทยลีกคงจะต้องมีการขยับโปรแกรมให้สอดคล้องกับการแข่งขันของเอเอฟเอฟอีกครั้ง ซึ่งโปรแกรมในช่วงเลก 2 นั้นวางไว้ค่อนข้างหลวมมากๆ ไม่มีโปรแกรมเตะกลางสัปดาห์เลย ฉะนั้นถ้าหากเกิดสถานการณ์ใดๆ หรือกลับมาแล้วต้องกักตัว 14 วัน ก็จะสามารถเลื่อนโปรแกรมการแข่งขันออกไปได้ แต่วันจบฤดูกาลนั้นก็ยังคงเป็นวันเดิม”

“จากประกาศล่าสุดของทางรัฐบาลเองก็จะลดวันกักตัวจาก 14 วันเป็น 7 วัน สำหรับคนที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ซึ่งนักกีฬาทีมชาติไทยที่จะไปแข่งขันก่อนเดินทางต้องได้รับวัคซีนครบอยู่แล้ว ดังนั้นถือว่าค่อนข้างปลอดภัยและไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”

“ส่วนโปรแกรมในช่วงฟีฟ่าเดย์ เดือน มี.ค.ปีหน้า ซึ่งจะเป็นช่วงที่เริ่มแข่งขันเอเชี่ยนคัพ 2023 รอบคัดเลือก ที่ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย จะต้องลงเล่นนั้น ได้รับคำตอบว่าทางไทยลีกได้เว้นโปรแกรมช่วงดังกล่าวเอาไว้แล้วเช่นกัน”

สำหรับทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่ม A นัดแรก มีโปรแกรมแข่งขันดังนี้ วันที่ 5 ธ.ค. พบ ทีมเพลย์ออฟ (บรูไน หรือ ติมอร์เลสเต), วันที่ 11 ธ.ค. พบ เมียนมา, วันที่ 14 ธ.ค. พบ ฟิลิปปินส์ และ วันที่ 18 ธ.ค. พบ “เจ้าภาพ” สิงคโปร์ แข่งขันระบบการแข่งขันยังเหมือนเดิม แม้จะเปลี่ยนไปจัดประเทศเจ้าภาพ ประเทศเดียว หลังจากผ่านรอบแรก มาในรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ ก็ยังแข่ง 2 นัด เหย้า-เยือน นับผลรวม 2 นัด