fbpx

5 ปัจจัยพา “ผีแดง” ดิ่งเหวซีซั่น 2021-22

 

แม้จะเหลืออีก 1 เกมในฤดูกาลนี้ แต่นาทีนี้พูดได้เต็มปากแล้วว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญหน้ากับซีซั่นที่เลวร้ายที่สุดในการโลดแล่นในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

 

ไม่มีสักแชมป์, ไม่ได้ลุ้นสักถ้วย, ไม่ได้แม้กระทั่งท็อปโฟร์ อดไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า เก็บแต้มได้น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ PL ทำลายสถิติเดิม 64 แต้มเมื่อฤดูกาล 2013-14

 

ที่สำคัญเลยถูกล้อเลียนเป็น แมนฯ ยูฯ 9-0 หลังทำเรื่องน่าขายหน้าโดน ลิเวอร์พูล อริสำคัญถล่มไปกลับ 5-0 และ 4-0 ทั้งเหย้าและเยือน

 

จากยอดทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้มากที่สุด “ผีแดง” เดินทางมาเจอจุดต่ำสุดได้อย่างไร วันนี้เรามาฝึกสมอง ประลองปัญหา วิเคราะห์ 5 ต้นตอสำคัญที่สาวก “เรด อาร์มี่” อ่านแล้วคงหดหู่ไม่น้อย

1.การเสริมทัพไม่เข้าเป้า

 

การจบในฐานะรองแชมป์ลีกในฤดูกาลก่อน ถือเป็นนิมิตหมายอันดี อันดับสูงกว่าเดิม แต้มมากกว่าเดิม ถูกมองว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเดินถูกทาง และน่าจะสถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในทีมแย่งแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้

 

การเสริมทีมก็เรียกเสียงฮือฮาอย่างมาก ชื่อของ เจดอน ซานโช่ เทพแอสซิสต์จากบุนเดสลีกา, ราฟาแอล วาราน กอลหลังดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวยิงแห่งยุคคือผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ทั้งนั้น

 

อย่างไรก็ตามพอสอบผ่านจริงๆ มีแค่ “ซีอาร์7” เท่านั้น ที่มาตรฐานการทำประตูยังไว้ใจได้ นับถึงนาทีนี้ยิงไปแล้ว 18 ประตู ทำไป 2 แฮตทริก มี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซน ฮึง มิน 2 คนเท่านั้นที่ยิงในลีกได้มากกว่า

 

แต่อีก 2 คนถือว่าน่าผิดหวัง ซานโช่ มีปัญหาปรับตัวอย่างชัดเจน แม้จะดีขึ้นช่วงหลังทำไปแล้ว 3 ประตู 3 แอสซิสต์ แต่เทียบค่าตัว 73 ล้านปอนด์ยังไงก็ไม่คุ้มค่า ขณะที่ วาราน ก็แทบไม่ได้ยกระดับเกมรับของทีม พลาดลงสนามนับเฉพาะในลีกมากถึง 13 เกม ตอนนี้ “ผีแดง” เสียไปแล้ว 56 ประตูมากที่สุดที่เคยเล่นในพรีเมียร์ลีก เรียบร้อยแล้ว

2.นักเตะหลักฟอร์มตก

 

จริงๆ ชื่อชั้นนักเตะของ “ผีแดง” ไม่ได้แย่เลย แทบจะทุกคนคือมีดีกรีทีมชาติทังนั้น แต่ปีนี้กำลังทำผลงานได้น่าผิดหวัง อย่าง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กัปตันทีมที่เพิ่งได้รองแชมป์ยูโร กับทีมชาติอังกฤษ ซีซั่นนี้ก่อความผิดพลาดส่วนตัวมากมาย จนกลายเป็นตัวตลกในโลกโซเชี่ยล

 

บรูโน่ แฟร์นานเดส รวมๆ อาจไม่แย่ ยิงไป 10 ประตูกับ 6 แอสซิสต์ แต่ถ้าเทียบกับของเดิมที่เคยทำไว้ซีซั่นก่อน 18 ประตู 11 แอสซิสต์ ก็ต้องบอกว่าดร็อปลง ไหนจะลูกจุดโทษหากินที่ซีซั่นนี้พลาดไปแล้วถึง 3 หน จนบางครั้งบางคราวต้องให้ โรนัลโด้ ยิงแทน

 

ที่เหลือไม่ต้องพูดถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงได้แค่ 4 ประตู อองโตนี่ มาร์กซิยาล เบียดตัวจริงไม่ได้ต้องระเห็จหนีไปเล่นในลา ลีกา สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ นาทีนี้มีชื่อตัวจริงทีไรแฟนบอล “เรด อาร์มี่” ร้องยี้ทุกครั้ง แบ็กขวา แบ็กซ้าย หาใครฟอร์มประทับใจไม่มีเลย

 

คนเดียวที่ผลงานดีสม่ำเสมอที่สุดคงหนีไม่พ้น ดาบิด เด เกอา ที่ออกแรงเซฟไปแล้ว 126 ครั้ง มีเพียง อิลลาน เมสลิเยร์ (134) จาก ลีดส์ คนเดียวเท่านั้นที่สถิติมากกว่านายด่านสแปนิช

3.พลาดมหันต์เมิน “คอนเต้”

 

กลายเป็นเครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่มทั้งๆ ที่ตลาดมีของดี ของฟรี อย่่าง อันโตนิโอ คอนเต้ ว่างอยู่ ทำไมบอร์ดบริหารของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงตัดสินใจไม่เลือกกุนซือชาวอิตาเลี่ยนมากุมบังเหียน ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่กำลังตัดสินใจแยกทางกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

 

ในยุคที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำสงครามแย่งความสำเร็จ กุนซือที่ถูกยกย่องว่าน่าจะสร้างทีมไปต่อกรได้จริงๆ มีไม่กี่ราย และชื่อของ คอนเต้ คือหนึ่งในนั้น เพราะเจ้าตัวพิสูจน์มาแล้วด้วยการพา เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อซีซั่น 2016-17

 

มีรายงานข่าววิเคราะห์กันว่าที่ “ผีแดง” เมินอดีตกุนซือของ อินเตอร์ เนื่องจากโปรไฟล์ที่ผ่านมา คอนเต้ มักจะอยู่คุมทีมไหนไม่ค่อยนาน มีปัญหากับบอร์ด กับนักเตะในทีมเป็นประจำ ที่สำคัญเป็นบอล “เน้นผล” ไม่ได้มีปรัชญาเล่นเกมรุกเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งมันผิดคาแรกเตอร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

สุดท้าย “ผีแดง” ไปคว้า ราล์ฟ รังนิก มารับเผือกร้อนแทน แม้ตอนแรกจะมีคำอวยว่าเป็นอาจารย์ของ คล็อปป์ และ ทูเคิ่ล แต่โปรไฟล์ที่ร้างการคุมทีมมานาน การไม่เคยคุมทีมใหญ่ สุดท้ายก็พา “เอาไม่อยู่” พาทีมแพ้รัวๆ ภาพรวมไม่ได้ดีกว่า โซลชาร์ เลย

 

หันกลับไปดู สเปอร์ส ที่หยิบชิ้นปลามันคว้า คอนเต้ ไปร่วมทีม ภาพรวมมีแต่ดีขึ้น ตอนนี้ลุ้นแย่งท็อปโฟร์ แนวทางทำทีมชัดเจน ระบบ 3-4-3 ดูมีประสิทธิภาพ เกมรับดีขึ้น เกมริมเส้นดีขึ้น ซน ฮึง มิน ยิงกระจายไป 20 ประตู ส่วน แฮร์รี่ เคน ก็เรียกฟอร์มเก่งกลับมาเป็นกองหน้าตัวเป้าที่สมบูรณ์แบบยิง 9 ประตูกับอีก 7 แอสซิสต์

 

เรื่องที่ไม่เกิดขึ้นก็คงไม่มีใครรู้ได้ว่าเป็นอย่างไร แต่เห็น สเปอร์ส เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 มั่นใจเลยว่าหาก คอนเต้ คุม “ผีแดง” ที่แน่ๆ แมนฯ ยู 9-0 คงไม่เกิดขึ้น

4.ไม่สนับสนุน “รังนิก”

 

ด้วยการตัดสินใจแบบครึ่งๆ กลางๆ ของบอร์ดบริหารของสโมสร กลายเป็นว่า ราล์ฟ รังนิก ไม่ต่างอะไรกับ “แพะรับบาป” ถูกแต่งตั้งขึ้นมาคุมทีม แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนเพื่อการพัฒนาทีมใดๆ

 

โดยเฉพาะการเสริมทีมช่วงตลาดหน้าหนาว ทั้งๆ เมสัน กรีนวู้ด พัวพันคดีฉาวถูกแบบไร้กำหนด อองโตนี่ มาร์กซิยาล ถูกปล่อยให้ เซบีย่า ยืมตัว ขณะที่ เอดินสัน คาวานี่ ก็ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการพักฟื้นร่างกาย

 

รังนิก เชื่อว่าเขามีเหตุและผมมากพอที่จะขอตัวรุกคนใหม่ ได้เสนอชื่อ หลุยส์ ดิอาซ, ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ และ ดูซาน วลาโฮวิช ให้ทีมพิจารณา แต่สุดท้ายถูกปฎิเสธเรียบ แถมเก็บ เจสซี่ ลินการ์ด ที่หมดใจไว้กับทีมต่อไป ซึ่งสุดท้ายกุนซือชาวเยอรมัน ก็แทบไม่ได้เรียกใช้งานเลย

 

ดูฟอร์มที่ ดิอาซ กำลังเฉิดฉายกับ ลิเวอร์พูล หากวันนั้นบอร์ดบริหาร “ผีแดง” รับลูก รังนิก ยอมทุ่มเงินปาดหน้ามาแทน บางทีอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญกระตุ้นทีมให้มีผลงานที่ดีกว่านี้ก็เป็นได้

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน - ~♥~™™™_SLNPangPond_™~♥~

5.ไร้ซึ่งหัวใจนักสู้

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มีสาวกอย่างล้นหลาม มันไม่ใช่แค่ความสำเร็จมากมายที่พวกเขาทำได้ แต่มันรวมถึงเลือดนักสู้ของ “ผีแดง” ที่มักจะสร้าง “ปาฎิหารย์” พาขนลุกได้อยู่บ่อยครั้ง

 

ไม่มีคำว่ายอมแพ้อยู่ในหัว โดนนำกี่ลูกก็ไม่มีวันถอดใจ “เฟอร์กี้ไทม์” คือนิยามจากเหตุการณ์จริงที่พวกเขาโกงตายมานับครั้งไม่ถ้วน ในช่วงเวลาคับขันก็มักจะมายิงประตูในนาทีสุดท้ายหรือทดเวลาบาดเจ็บ เอาตัวรอดตีเสมอ หรือถึงขั้นพลิกชนะไปเลย

 

แต่ทีมฤดูกาลนี้ไม่ได้แสดงให้เห็นถึง Winning mentality เลย ทุกอย่างมันฟ้องจากผลงานชัดเจน ซีซั่นนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด โดนคู่แข่งถล่มอย่างน้อย 4 เม็ดถึง 5 เกม ทีมรองบ่อนอย่าง วัตฟอร์ด กับ ไบรท์ตัน ก็ยำใหญ่พวกเขามาแล้ว

 

เวลาถูกยิงขึ้นนำนักเตะ “ผีแดง” แสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนถึงความ “ท้อแท้” บรรยากาศในทีมย่ำแย่ต่อเนื่อง นักเตะบ่นกันเองในสนาม และล่าสุดที่โดน ไบรท์ตัน ยิงยับ 4-0 เป็นภาพที่หดหู่มากๆ ที่เห็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิ้มแห้งเหมือนคนไม่เข้าใจโลก