ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

หากจะพูดถึงยอดกองหน้าของพรีเมียร์ลีกในยุคนี้ คงต้องมีชื่อของเขาอย่างแน่นอน คือ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ด้วยความครบเครื่องของเขา ความเร็ว ความแข็งแกร่ง และความเฉียบคมในการจบสกอร์ ทำให้เขาเป็นกองหน้าเบอร์ต้นๆ ของพรีเมียร์ลีกในช่วงเวลานี้ การันตีด้วยสถิติการทำประตู ไม่ต่ำกว่า 20 ประตูในทุกฤดูกาลที่ลงเล่น วันนี้ ทีมงาน Singsanam ของเรา จะพาทุกท่านมารู้จักกับยอดกองหน้าชาวอียิปต์ผู้นี้กันให้มากขึ้น

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ (Mohammed Salah) เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 1992 เป็นนักฟุตบอลชาวอียิปต์ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้แก่ทีม ลิเวอร์พูลและทีมชาติอียิปต์ เขาถูกการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก ด้วยความสามารถในการจบสกอร์ การเลี้ยงบอล และความเร็ว

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

ซาลาห์ เริ่มต้นการเล่นฟุตบอล ด้วยการเล่นให้กับทีมท้องถิ่นในบ้านเกิด ก่อนที่ในปี 2010 จะได้ย้ายไปเป็นนักเตะระดับเยาวชนของ เอล โมคารุน สโมสรลูกหนังที่อยู่ห่างไกลจากเมืองที่เขาพักอาศัยอย่างมาก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของเจ้าหนูที่มีใจรักในกีฬาลูกหนังคนนี้ ซึ่งจากที่นี่เองที่ช่วยให้เขาพัฒนาฝีเท้า และโชว์ฟอร์มการเล่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถขึ้นมาเล่นในระดับเยาวชน ทีมสำรอง จนามารถขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ โดยใน 2 ฤดูกาล ที่เจ้าตัวเล่นให้กับที่นี่ เขายิงไปได้ 11 ประตู จากการลงสนาม 38 นัด จนฝีเท้าไปเข้าตาแมวมองของ บาเซิล ทีมลูกหนังชื่อดังแห่งลีกสวิตเซอร์แลนด์

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

จากการโชว์ฟอร์มอันยอดเยี่ยมนี้เอง ทำให้ในปี 2012 บาเซิ่ล จัดการดึงตัว ซาลาห์ เข้ามาร่วมทีม ซึ่งการย้ายมาค้าแข้งในทวีปยุโรปกับต้นสังกัดใหม่ ต้องมาเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ การฝึกซ้อมในแบบที่ไม่คุ้นเคย รวมทั้งเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ๆ ทำให้ ซาลาห์ ปรับตัวได้ค่อนข้างลำบาก ซึ่งในช่วงแรกที่เจ้าตัวย้ายมา บาเซิ่ล ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการเล่นของทีมได้ จนต้องไปเริ่มต้นเล่นที่ทีมสำรอง แต่ด้วยความมุ่งมั่น และความพยายามของดาวเตะอียิปต์ เจ้าตัวก็พยายามฝึกซ้อม และยกระดับการเล่นของตัวเองจนสามารถขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่สำเร็จ แม้จะยังเป็นแค่ตัวสำรองอยู่

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

กว่าที่ ซาลาห์ จะได้ลงสนามก็ใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งเจ้าตัวได้ลงสนามเป็นแมตช์แรก ในเกมที่ บาเซิ่ล เอาชนะ ธูน ไป 3-1 ในวันที่ 12 สิงหาคม ปี 2012 และหลังจากนั้น เจ้าตัวก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง สลับกับตัวสำรองอย่างต่อเนื่อง และทำผลงานได้ค่อนข้างยอดเยี่ยม ทั้งเกมลีกในประเทศ และในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งการโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นนี้เอง ทำให้ผลงานไปเข้าตาของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก และแล้ว ในปี 2014 เชลซี ก็ได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัว ซาลาห์ มาร่วมทีม ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ ซึ่งเจ้าตัวได้กลายมาเป็นนักตะอียิปต์คนแรกในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกด้วย 

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

การได้ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก ถือเป็นการก้าวกระโดดอย่างมากของ ซาลาห์ และเขาก็หวังจะสร้างชื่อกับ เชลซี ให้ได้ ทว่าทุกอย่างมันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อแผงกองกลางของทัพ “สิงห์บลูส์” ในชุดนั้น แข็งแกร่งและยอดเยี่ยมอย่างมาก เพราะมีทั้ง เชส ฟาเบรกาส, ออสการ์, เอเดน อาซาร์, เนมานย่า มาติช รวมทั้ง จอห์น โอบี มิเกล ทำให้เขาไม่สามารถเบียดลงเล่นเป็นตัวจริงของทีมได้ ซึ่งจากการค้าแข้งที่นี่ในซีซั่นแรก เจ้าตัวได้ลงสนามเพียง 13 นัดเท่านั้น ทำให้ ซาลาห์ เลือกที่จะขอย้ายออกจากทีม เพื่อที่จะหาโอกาสในการลงสนาม ซึ่ง เชลซี ก็ไม่ขัดขวางแต่อย่างใด เมื่อได้ทำการปล่อยตัวเขาให้ย้ายไปร่วมทีม ฟิออเรนติน่า ทีมลูกหนังชื่อดังในศึกกัลโช่ เซเรีย อา

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

การย้ายมาเล่นกับ ฟิออเรนติน่า เจ้าตัวก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอย่างมาก แต่เขาก็ค้าแข้งที่นี่ได้เพียงครึ่งซีซั่นเท่านั้น เขาก็ต้องย้ายทีมอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวต้องการที่จะย้ายไปร่วมทัพ โรม่า ทีมคู่แข่งร่วมลีก แมัว่าทัพ “ม่วงมหากาฬ” ต้องการจะซื้อขาด ทว่า ซาลาห์ ก็ไม่ต้องการอยู่นี่ถาวร จนในที่สุดก็ได้ย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของทัพ “หมาป่ากรุงโรม” สมดังตั้งใจ การย้ายมาเล่นในรูปแบบการยืมตัว ซาลาห์ ก็ระเบิดฟอร์มการเล่นได้อย่างร้อนแรง ยิงไปถึง 15 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 42 เกมในทุกรายการ กลายเป็นตัวหลักที่ทีมจะขาดไม่ได้เลย ซึ่งทำให้ โรม่า ไม่ลังเลใจเลยที่จะซื้อขาดเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

และในซีซั่นที่สองกับ โรม่า นี้เอง ที่ ซาลาห์ ระเบิดฟอร์มการเล่นได้อย่างสุดยอดอย่างมาก เขายิงประตูไปถึง 19 ลูก กับอีก 15 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 41 นัดในทุกรายการ จนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรไปครองอีกด้วย

และแล้วฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของ ซาลาห์ นี้เอง ที่กำลังจะนำพาให้เจ้าตัวกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง เมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ต้องการที่จะสร้างทีมขึ้นมาใหม่ เพื่อการนำทัพ “หงส์แดง” กลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ในลีกอังกฤษให้ได้ และกำลังมองหาขุมกำลังในแนวรุกเข้ามาสู่ทีม และก็ไปต้องตาต้องใจกับฟอร์มอันร้อนแรงของดาวยิงทีมชาติอียิปต์ และหวังที่จะสอยตัวมาร่วมทีม

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

และในวันที่ 1 กรกฎาคม 2017 ซาลาห์ ก็ได้ย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติสโมสรถึง 42 ล้านปอนด์ ซึ่งอีกเหตุผลหลักที่เจ้าตัวเลือกย้ายมาเล่นให้กับ “หงส์แดง” ก็เพื่อกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง หลังจากเคยล้มเหลวกับการเล่นให้กับ เชลซี ว่าเขามีดีมากพอที่จะเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกได้

และเพียงฤดูกาลแรกกับ “หงส์แดง” ซาลาห์ ก็แสดงให้เห็นทันทีว่าของจริงนั้นเป็นยังไง เมื่อลงเล่นไป 52 เกมในทุกรายการ ยิงไปถึง 44 ลูก และแอสซิสต์ไป 16 ครั้ง คว้าอันดับดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก และพาทีมจบอันดับ 4 ของตาราง แถมยังพาทีมเข้าชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกด้วย ทว่าก็อกหักไปพ่ายให้กับ เรอัล มาดริด 1-3 ได้แค่รองแชมป์เท่านั้น

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

ฤดูกาลถัดมา 2018/2019 เป็นปีที่ ลิเวอร์พูล เสริมตัวผู้เล่นได้ตรงจุด และเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม แข็งแกร่งอย่างมาก รวมทั้งฟอร์มการถล่มประตูของ ซาลาห์ ก็ยังร้อนแรงต่อเนื่อง เขาลงเล่นไป 52 เกมจากทุกรายการ ยิงไปได้ 27 ประตู กับอีก 12 แอสซิสต์ พา “หงส์แดง” เบียดแย่งแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบสุดสูสี แต่สุดท้ายก็มาพลาดในช่วงท้ายฤดูกาล กลายเป็น “เรือใบสีฟ้า” ที่ได้แชมป์ไปครอง โดยมีแต้มชนะทีมของ ซาลาห์ เพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น

แต่ยังไงฤดูกาลนี้ ก็ยังเป็นฤดูกาลที่สุดยอดอย่างมากของ ลิเวอร์พูล เนื่องจากทีมสามารถเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้อีกครั้ง และคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ จากนั้นในช่วงต้นปี 2019 ทีมก็เดินหน้ากวาดอีกหลายแชมป์ทั้งยูฟ่า ซูเปอร์คัพ รวมทั้ง แชมป์สโมสรโลก อีกด้วย

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

ในฤดูกาล 2019/2020 ลิเวอร์พูล ที่พกความแค้นมาเต็มกระเป๋า กับการแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก ก็เร่งเครื่องตั้งแต่นัดแรก เดินหน้ากวาดชัยชนะแบบไที่ไม่มีใครหยุดอยู่ได้ แม้ว่าฟอร์มการเล่นของ ซาลาห์ จะดร็อปลงเล็กน้อย ไม่ได้ยิงเป็นเข้าเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่ทีมก็ยังมีผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม ทำแต้มทิ้งห่างทีมอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่น และแทบจะเข้าป้ายรับแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ตั้งแต่จบครึ่งฤดูกาลแรกแล้ว

กลางเดือนมิถุนายน 2020 ศึกพรีเมียร์ลีก ก็กลับมาฟาดแข้งอีกครั้ง หลังจากหยุดแข่งไปนานเกือบ 3 เดือน เพราะการแพร่ระบาดของ โควิด-19 และเพียงไม่กี่นัดหลังจากกลับมาเตะใหม่ ซาลาห์ และ พลพรรค “หงส์แดง” ก็สามารถผงาดคว้าแชมป์ได้สำเร็จ หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปพ่ายให้กับ เชลซี 1-2 ทำให้แต้มของ “เรือใบสีฟ้า” ตามไม่ทันแล้ว เป็นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี อีกด้วย

ประวัตินักฟุตบอล : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

ซึ่งจบฤดูกาลนี้ ซาลาห์ ก็ลงเล่นไปทั้งหมด 48 นัดในทุกรายการ ยิงไปได้ 23 ประตู และทำไปอีก 13 แอสซิสต์ ซึ่งก็ยังถือว่ายอดเยี่ยมอย่างมากแม้สถิติจะตกลงจากซีซั่นก่อนๆ ก็ตาม

จากความสำเร็จอันมากมาย ที่ ซาลาห์ ได้รับกับ ลิเวอร์พูล ทำให้มีข่าวออกมาว่า เจ้าตัวอาจจะตัดสินใจย้ายออจากถิ่นแอนฟิลด์ เพื่อไปค้าแข้งกับ 2 ยักษ์ใหญ่ลีกสเปน อย่าง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ทว่าเมื่อเปิดฤดูกาล 2020/2021 ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ ก็ยังค้าแข้งให้กับทีม และยังคงเป็นกำลังสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้ เช่นเคย

คอนเทนต์เพิ่มเติม :: ข่าวบอล